บทที่ 1 การผลิตมะม่วงคุณภาพเพื่อการส่งออก
บทที่ 2 การส่งออกมะม่วงสู่ญี่ปุ่น
บทที่ 3 การใช้สารฆ่าศัตรูพืชและสัตว์ในมะม่วงที่ปลอดภัยตามมาตรฐานญี่ปุ่น และ Global GAP
บทที่ 4 ผลกระทบวิกฤติโลกและการปรับตัวของเกษตรกร
บทที่ 5 การสร้างมาตรฐานระบบการผลิตมะม่วงของกลุ่ม
บทที่ 6 วิกฤติและโอกาสของชมรมผู้ปลูกมะม่วงจังหวัดเชียงใหม่
บทที่ 7 การวิเคราะห์และการวางแผนตลาดมะม่วงส่งออก สำหรับปีการผลิต 2552/2553 ของชมรมผู้ปลูกมะม่วงจังหวัดเชียงใหม่
บทที่ 8 องค์ความรู้เพื่อสนับสนุนศูนย์เรียนรู้ชุมชนมะม่วง
บทที่ 9 การพัฒนาเทคโนโลยีการจัดการคุณภาพมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้ เพื่อการส่งออกในเขตภาคเหนือตอนบน
บทที่ 10 มะม่วงนอกฤดู
บทที่ 11 มะม่วงล่าฤดู
บทที่ 12 การผลิตมะม่วงล่าฤดูจากการปรับใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น
บทที่ 13 การฝากท้องมะม่วง
บทที่ 14 การจัดการธาตุอาหารพืชในมะม่วง
บทที่ 15 การใช้สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชในมะม่วง
บทที่ 16 บราสิโนสเตียรอยด์กับมะม่วง
บทที่ 17 การห่อผลมะม่วง
บทที่ 18 การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวมะม่วง

 

 

ความเป็นมาของ “มะม่วงไทยมะม่วงโลก”

การสื่อสารมวลชนระบบออนไลน์นี้ เกิดจากขยายผลการออกอากาศทางวิทยุ เรื่อง “มะม่วงไทยมะม่วงโลก” ซึ่งเป็นเนื้อหาสำคัญของรายการวิทยุ ม.ก. พบประชาชน ช่วงสนทนากับวิทยากรอาสา รองศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย รัตน์ชเลศ จากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำเนินรายการโดย ดร. สุนันท์ ละอองศรีและทีมงาน ทุกวันศุกร์ เวลาประมาณ 5.30 – 6.00 น. ของสถานีวิทยุ ม.ก. เชียงใหม่ ตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2547 เป็นต้นมา

สำหรับสาระที่ได้นำเสนอในช่วงเวลาดังกล่าว กว่า 5 ปีที่ผ่านมา ประกอบด้วย

1) การนำเสนอองค์ความรู้อุตสาหกรรมการผลิตมะม่วงเพื่อการส่งออกตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเกี่ยวข้องตั้งแต่กระบวนการผลิต การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การจัดการด้านการตลาดและธุรกิจเกษตร การบริหารจัดการกลุ่ม การจัดการห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงการเพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกร และการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศด้านการส่งออกไม้ผล

2) การนำเสนอและการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับข้อหนึ่ง อาทิเช่น การจัดประชุมวิชาการ การเสวนา การบรรยายพิเศษ การฝึกอบรม นิทรรศการ ตลอดจนเอกสารและสิ่งพิมพ์ที่ออกใหม่

3) การตอบคำถามเกษตรกรที่ถามเข้ามาในรายการและหลังรายการ

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเริ่มต้นการสื่อสารมวลชนระบบออนไลน์นี้ จึงได้ใช้สาระจากเอกสาร 3 เล่ม มาปรับปรุงเพื่อให้เหมาะสมกับสื่อไซเบอร์ ได้แก่

1) ธวัชชัย รัตน์ชเลศ และ รุ่งทิพย์ อุทุมพันธ์. 2552. เกษตรดีที่เหมาะสมสำหรับมะม่วง ฉบับชุมชน 1 ชมรมผู้ปลูกมะม่วงอำเภอเนินมะปราง. ศูนย์วิจัยเพื่อเพิ่มผลผลิตทางเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เชียงใหม่. 88 น.

2) ธวัชชัย รัตน์ชเลศ และ รุ่งทิพย์ อุทุมพันธ์. 2552. เกษตรดีที่เหมาะสมสำหรับมะม่วง ฉบับชุมชน 2 ชมรมผู้ปลูกมะม่วงจังหวัดเชียงใหม่. ศูนย์วิจัยเพื่อเพิ่มผลผลิตทางเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เชียงใหม่. 36 น.

3) ธวัชชัย รัตน์ชเลศ บุศรา ลิ้มนิรันดร์กุล พฤกษ์ ยิบมันตะสิริ และ รุ่งทิพย์ อุทุมพันธ์. 2552. การใช้แนวทางกลุ่มยุทธศาสตร์เพื่อปรับปรุงขีดความสามารถของเกษตรกรผู้ผลิตมะม่วงส่งออก. รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์. คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เชียงใหม่. 110 น.

 

มะม่วงไทย

มะม่วง

เป็นไม้ผลเขตร้อน หลักฐานทางฟอสซิลจากใบไม้ [1] และความหลากหลายทางพันธุกรรม ทำให้เชื่อได้ว่ามีถิ่นกำเนิดในแถบ อินเดีย พม่า และ ไทย ในปี 2550 ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตสำคัญอันดับ 4 ของโลก [2] และเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีมะม่วงออกให้บริโภคได้ตลอดทั้งปี โดยมาจากแหล่งผลิตสำคัญทั้งใน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ภาคตะวันออก มะม่วงสดคุณภาพดีที่ผลิตโดย กลุ่มเกษตรกรมืออาชีพ ได้ส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศเพื่อนบ้าน และตลาดที่มีการแข่งขันสูงทั่วโลก กว่า 42 ประเทศ ทำให้มะม่วงไทยกลายเป็นส่วนหนึ่งของ มะม่วงโลก ซึ่งผู้บริโภคส่วนใหญ่ในตลาดที่มีกำลังซื้อสูงรู้จักเป็นอย่างดี

พันธุ์

เชื่อว่า มะม่วง มะม่วงบ้าน หรือ มะม่วงสวน [5] ทั่วโลกมีรวมกันมากกว่า 1,000 สายพันธุ์ [6] แต่สำหรับที่ปลูกในประเทศไทยมีผู้รวบรวมเป็นฐานข้อมูลเชื้อพันธุ์ไว้แล้ว มีจำนวนถึง 250 สายพันธุ์ [4] มะม่วงไทยเกือบทั้งหมดเป็นกลุ่มพันธุ์อินโดจีน สำหรับพันธุ์การค้าที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในประเทศสูง และมีวางตลาดตลอดทั้งปี เช่น เขียวเสวย ฟ้าลั่น มันเดือนเก้า น้ำดอกไม้ [8] แต่พันธุ์ส่งออกที่สำคัญได้แก่ น้ำดอกไม้สีทอง มหาชนก และ โชคอนันต์ [9]

การผลิต

มะม่วงจัดเป็นไม้ผลที่มีพื้นที่การปลูกมากที่สุดในประเทศ นับตั้งแต่มีการส่งออกเพิ่มขึ้น พื้นที่การผลิตมะม่วงได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 1,860,005 เป็น 1,906,960 และ 1,925,164 ไร่ ในปี 2550, 2551 และ 2552 ตามลำดับ ส่งผลให้มีผลผลิตเพิ่มขึ้น จาก 2.30, 2.37 และ 2.47 ล้านตัน ตามลำดับ [13]

นอกจากนั้นประเทศไทยมีมะม่วงออกสู่ตลาดให้บริโภคทุกเดือนตลอดปี เนื่องจากส่วนหนึ่งเป็น พันธุ์ทะวาย เช่น โชคอนันต์ แต่ส่วนใหญ่เป็นการนำพันธุ์เพื่อการส่งออกมาทำ มะม่วงนอกฤดู การผลิตหากแยกตามเป้าหมายการเก็บเกี่ยวออกสู่ตลาดตามเวลาที่แตกต่างกันในรอบปี อาจแบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ มะม่วงในฤดู (เมษายน-พฤษภาคม) มะม่วงล่าฤดู (มิถุนายน-กรกฎาคม) มะม่วงหลังฤดู (สิงหาคม-ธันวาคม) และ มะม่วงก่อนฤดู (มกราคม-มีนาคม) มะม่วงร้อยละ 80 ที่ผลิตได้เก็บเกี่ยวในช่วงเดือน เมษายน-พฤษภาคม [7] ส่วนช่วงที่ยังมีผลผลิตออกสู่ตลาดได้ค่อนข้างน้อย คือ ระหว่างเดือน กรกฎาคม – ตุลาคม [3] โดยจะมีราคาสูงสุด ณ ที่สวนจนถึง 80 บาทต่อกิโลกรัม หากเป็นพันธุ์ น้ำดอกไม้สีทอง

ระบบการผลิต

หากใช้เกณฑ์เป้าหมายการเก็บเกี่ยวออกสู่ตลาดในเวลาที่แตกต่างกันในรอบปี ประเทศไทยอาจแบ่งการผลิตมะม่วงออกเป็น 4 ระบบ ได้แก่ การผลิตมะม่วงในฤดู การผลิตมะม่วงล่าฤดู การผลิตมะม่วงหลังฤดู และ การผลิตมะม่วงก่อนฤดู โดยเข้าไปสนับสนุนอุตสาหกรรมการส่งออกเป็นหลัก แต่ละระบบได้มีพื้นที่การผลิตรองรับไว้ค่อนข้างชัดเจน อาทิเช่น พื้นที่ภาคเหนือตอนบน เช่น จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำพูน ผลิตมะม่วงในฤดูและมะม่วงล่าฤดู ภาคเหนือตอนล่าง เช่น จ.พิจิตร จ.พิษณุโลก และ จ.สุโขทัย ผลิตมะม่วงก่อนฤดู ขณะที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น จ.นครราชสีมา ภาคตะวันออก เช่น จ.ฉะเชิงเทรา และภาคกลาง เช่น จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผลิตมะม่วงหลังฤดู

ความสำเร็จของแต่ละระบบการผลิตเกิดจากความสอดคล้องกันของสภาพแวดล้อมกับฤดูการเก็บเกี่ยว ความแม่นยำในเทคโนโลยีการผลิต และความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกร การผลิตมะม่วงเพื่อการส่งออก โดยทั่วไปมีต้นทุนที่สูง เกษตรกรมืออาชีพส่วนใหญ่จึงหลีกเลี่ยงการผลิตมะม่วงในฤดู และพัฒนาตนเองเป็นผู้ผลิตมะม่วงล่าฤดูหรือมะม่วงนอกฤดู

การส่งออก

แม้ประเทศไทยผลิตมะม่วงได้มากเป็นอันดับ 4 ของโลก แต่สามารถส่งออกมะม่วงสดและผลิตภัณฑ์ได้ไม่ถึงร้อยละ 2 อย่างไรก็ตามในปี 2550 สามารถทำรายได้ถึง 1,148 ล้านบาท โดยแยกเป็น มะม่วงผลสด (26%) มะม่วงกระป๋อง (38%) มะม่วงอบแห้ง (9%) และมะม่วงแช่แข็ง (27%) มะม่วงกระป๋องมีมูลค่าการส่งออกสูงสุด และยังเติบโตเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 46 ในปี 2551 ขณะที่การส่งออกมะม่วงผลสดค่อนข้างคงที่ ส่วนในไตรมาสต์แรกของปี 2552 มะม่วงมีปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้น ร้อยละ 48 โดยปัจจัยที่มีผลต่อการเพิ่มขึ้นมีทั้งตลาดต้องการ และเป็นช่วงของฤดูกาลที่ออกสู่ตลาดด้วย [15]

การส่งออกมะม่วงผลสดและผลิตภัณฑ์ให้กับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกับกลุ่มประเทศที่อยู่ติดกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ดำเนินมานาน ในปี 2552 รัฐบาลจีนอนุญาตให้นำเข้าผลไม้ไทย จำนวน 23 ชนิด โดยมีมะม่วงน้ำดอกไม้เป็นหนึ่งในผลไม้ที่ได้รับความนิยม และประเทศไทยได้เปิดช่องทางขนส่งสินค้าผลไม้ไปจีนเส้นทางใหม่ คือ เส้นทาง R9 จากจังหวัดมุกดาหารผ่านลาว เวียดนาม เข้าสู่ด่านโหย่อี้กว่าน เมืองผิงเสียง มณฑลกวางสีของจีน ระยะทางรวมประมาณ 1,200 กิโลเมตร ซึ่งการลำเลียงสินค้าไปยังปลายทางจะใช้ระยะเวลาสั้น ประมาณ 2-3 วัน ทำให้ชาวจีนที่อยู่ห่างไกลมีโอกาสบริโภคผลไม้ไทยที่ยังสด ใหม่ รสชาติดี และคงคุณค่าทางโภชนาการที่สมบูรณ์เหมือนกับสินค้าที่คนไทยได้บริโภค อนาคตคาดว่าการเปิดเส้นทาง R9 จะช่วยให้ไทยสามารถกระจายสินค้าผลไม้และสินค้าเกษตรอื่นๆ ไปจีนได้เพิ่มขึ้น 20-30% หรือประมาณ 1,000-1,500 ล้านบาท [14] การส่งออกมะม่วงผลสดไปญี่ปุ่นซึ่งถือเป็นตลาดสำคัญที่สุดของไทย ผู้ผลิตได้มีความพยายามมาตั้งแต่ปี 2530 แต่การส่งออกอย่างจริงจัง เริ่มเคลื่อนประมาณปี 2544 ในปี 2550

ตลาดญี่ปุ่น เป็นตลาดส่งออกสำคัญลำดับที่ 4 สำหรับสินค้าผลไม้ไทยมีสัดส่วนการส่งออกประมาณร้อยละ 6 ของการส่งออกผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งและแห้งทั้งหมดของไทย รองจากจีน ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา ซึ่งไทยได้มีการจัดทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ญี่ปุ่น หรือ JTEPA มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 ทำให้สินค้าผลไม้เมืองร้อนของไทยได้รับการยกเลิกภาษีนำเข้าจากญี่ปุ่นทันที เช่น ทุเรียน มะละกอ มะม่วง มังคุด มะพร้าว เป็นต้น ทั้งนี้ ประเทศไทยส่งออกผลไม้สดแช่เย็นไปญี่ปุ่นเป็นปริมาณ 9,193 ตัน มูลค่า 19.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ มะม่วง กล้วย ทุเรียน และมังคุด และในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2551 ประเทศไทยส่งออกผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งไปญี่ปุ่นเป็นมูลค่า 4.32 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 23 [16] ซึ่งในตลาดผลไม้สดของญี่ปุ่นนั้น มีการนำเข้ามะม่วงมากที่สุด จากประเทศเม็กซิโกเป็นสายพันธุ์เคนท์ รองลงมาจากประเทศฟิลิปปินส์สายพันธุ์คาราบาว และไทยมาอันดับ 3 เป็นพันธุ์น้ำดอกไม้ และเริ่มส่งสายพันธุ์มหาชนกมา 2 ปีแล้ว [17]

ในปัจจุบันการส่งออกมะม่วงผลสดของประเทศไทย ได้ขยายไปยังตลาดที่มีการแข่งขันสูงทั่วโลกกว่า 42 ประเทศ อุปสรรคสำคัญของการส่งออกมะม่วงผลสด ที่อยู่ระหว่างการแก้ไขปรับปรุง ได้แก่ ระยะเวลาการเก็บรักษาสั้น มักเน่าเสียก่อนนำไปวางจำหน่าย [11] และการตกค้างปนเปื้อนของสารพิษ [12]

ผู้ผลิต

ในปี 2550 มีเกษตรกรประมาณ 3.5 แสนครัวเรือน ที่เป็นผู้ผลิตมะม่วงทุกพันธุ์ปริมาณ 2.3 ล้านตัน ชาวสวนเหล่านี้ส่วนหนึ่งได้รวมกันเป็น สถาบันเกษตรกรหลายรูปแบบ จำนวน 92 กลุ่ม [10] แต่ที่สามารถผลิตเพื่อการส่งออกได้คาดว่ามีไม่เกิน 30 กลุ่ม ทั้งหมดนี้ได้รวมตัวกันเป็น สมาพันธ์ชาวสวนมะม่วงแห่งประเทศไทย มาตั้งแต่ปี 2548 และได้พัฒนาเป็น สมาคมชาวสวนมะม่วงไทย สำเร็จในปี 2553 [13]

ผู้ส่งออก

จากห่วงโซ่อุปทานมะม่วงส่งออกของประเทศไทย ผู้ส่งออกนับเป็นโซ่อุปทานที่สำคัญในการผลักดันให้มะม่วงไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ หากแยกผู้ส่งออกตามลักษณะสินค้า อาจแยกได้เป็น ผู้ส่งออกมะม่วงผลสด ผู้ส่งออกมะม่วงแช่แข็ง และ ผู้ส่งออกมะม่วงแปรรูปเป็นมะม่วงกระป๋องและมะม่วงอบแห้ง กลุ่มผู้ส่งออกมะม่วงผลสดซึ่งมีจำนวนถึง 41 บริษัท [13] มีบทบาทค่อนข้างชัดเจนกว่ากลุ่มอื่น ในด้านการเสริมความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรชาวสวนมะม่วงและสร้างความเข้าใจด้านการส่งออกมะม่วงไทย

ตลาดส่งออก

สินค้ามะม่วงสำหรับตลาดส่งออก แบ่งเป็น มะม่วงสด มะม่วงแช่แข็ง มะม่วงอบแห้ง และน้ำมะม่วง ตลาดส่งออกที่สำคัญ สำหรับมะม่วงสด ได้แก่ ญี่ปุ่น มาเลเซีย เกาหลี สิงค์โปร์ ลาว อินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีน และ ฮ่องกง สำหรับมะม่วงกระป๋อง ได้แก่ ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร เยอรมัน ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา และ ออสเตรเลีย สำหรับมะม่วงอบแห้ง ได้แก่ สหรัฐอเมริกา และ ญี่ปุ่น สำหรับมะม่วงแช่แข็ง ได้แก่ ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย และ เกาหลี

เอกสารอ้างอิง

1. ประกาศ สว่างโชติ. กำเนิดมะม่วง. พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา 50 พรรษา สยามบรมราชกุมารี, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. 2547. http://www.sc.psu.ac.th/Units/museum/knowledge4/knowledge4.html
2. Wikipedia Mango. 2009. http://en.wikipedia.org/wiki/Mango
3. ตลาดไท. ฤดูกาลของผลไม้ต่างๆ. 2552 http://www.talaadthai.com/web/resource/detail.asp?groupid=2&subjectid=395&pageno=
4. ศูนย์ข้อมูลเทคโนโลยีชีวภาพและความปลอดภัยทางชีวภาพ. 2551. http://www.safetybio.agri.kps.ku.ac.th/index.php?option=com_content&task=view&id=3483&Itemid=42
5. เดชา ศิริภัทร . หมอชาวบ้าน. มะม่วง: ไม้ผลยอดนิยมของไทย. 2535. http://www.doctor.or.th/node/3503
6. Shaw, P.E., H.T. Chan, Jr. and S. Nagy. 1998. Mango. p 1-77. In Tropical and subtropical fruits. AgScience, Inc., Florida. ISBN 0-9631397-6-2.
7. คม ชัด ลึก. ซีพี สำเร็จผลิตมะม่วงนอกฤดู ตั้งเป้าขยายตลาดส่งออกทั้งปี. พฤศจิกายน 2552.
8. ตลาดสี่มุมเมือง. ราคาผลไม้ฤดูกาล: มะม่วง 2552. http://www.taladsimummuang.com/dmma/Portals/PriceListYear.aspx?cate=0202&year=2552
9. วิกิพีเดีย. ไม้ผล. เมษายน 2552. http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%9C%E0%B8%A5
10. กรมส่งเสริมการเกษตร. นัดสมาพันธ์ชาวสวนมะม่วงหารือเรื่องเสริมสร้างเครือข่ายการทำงานให้เข้มแข็ง. มิถุนายน 2552. http://www.doae.go.th/prompt/2552/090605/3.pdf
11. สวทช. “มะม่วง” ไม้ผลของคนไทย ไปไกลถึงต่างแดน. http://www.biotec.or.th/biotechnology-th/newsdetail.asp?id=1923
12. ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ. ญี่ปุ่นพบสารกำจัดเชื้อราตกค้างเกินมาตรฐานมะม่วงไทย. กรกฎาคม 2549. http://www.thaigreenagro.com/aticle.aspx?id=1330
13. สมาคมชาวสวนมะม่วงไทย. 2553. จดหมายข่าวสมาคมชาวสวนมะม่วงไทย 1(1) : 1-12.
14. ข่าวเกษตร. 2553. ส่งออกผลไม้ไทยตีตลาดจีน. มีนาคม 2553. http://news.enterfarm.com/%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2.htm 15. ฐานเศรษฐกิจ. 2552. ตลาดส่งออกผัก-ผลไม้อนาคตใส 'ยุโรป-จีน' แหล่งรองรับใหญ่มังคุดพุ่ง 600%. มีนาคม 2553. http://www.ibtimesthailand.com/domestic/general/239--600.html
16. 2551. บริษัทค้าปลีกรายใหญ่ญี่ปุ่น ต้องการนำเข้า ทุเรียน มังคุด มะม่วง มะพร้าวอ่อน ของไทยปีนี้ 185 ล้านเยน. มีนาคม 2553. http://www.newswit.com/news/2008-05-12/0101-119366d153d258b5e43f2dacdcaa3036
17. คม ชัด ลึก. 2552. ทิศทางตลาดมะม่วงในต่างแดน ชู"มหาชนก"สู้เม็กซิโก-ฟิลิปปินส์. มีนาคม 2553. http://www.komchadluek.net/detail/20090309/4389/%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%8C.html